การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กำหนดจัดงานเชียงใหม่ Night Marketing


ภายใต้โครงการกระตุ้นการกระจายตัวเดินทางท่องเที่ยวเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ (Night Market) ในวันที่ 17, 24, 31 มกราคม 2569 วันที่ 14, 21, 28 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 16.00 – 22.00 . ถนนคนเดินสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ และในวันที่ 18, 25 มกราคม 2569 วันที่ 1, 15, 22 กุมภาพันธ์ 2569 และวันที่ 1 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 16.00 – 22.00 . ถนนคนเดินเชียงใหม่ (ท่าแพ) จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกิดการกระจายตัวและความถี่ในการเดินทางท่องเที่ยวจากเมืองหลักสู่เมืองน่าเที่ยวและพื้นที่รองในเมืองหลักเป็นการส่งเสริมให้เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชนโดยรอบ โดยการเติมในส่วนของการจัดแสดงศิลปะแสงไฟดิจิทัล ทำให้ถนนคนเดินมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการบริหารจัดการพื้นที่โดยความคิดสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน และเป็นแนวทางในการสร้างสรรค์กิจกรรมถนนคนเดินในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป 



พื้นที่ถนนคนเดินสันกำแพง พบกับจุดแลนด์มาร์ค 10 จุดการแสดงแสง และการออกร้านจำหน่ายสินค้างานฝีมือ งานหัตถกรรมจากชุมชนในอำเภอสันกำแพง 30 ร้านค้า โดยมีรายละเอียดดังนี้

จุดแลนด์มาร์ค : พหุศิลป์ถิ่นสันกำแพง (The Grand Arts of San Kamphaeng) การหลอม

รวมจิตวิญญาณและมรดกอันยิ่งใหญ่ของสันกำแพงไว้ในที่เดียว ทั้ง "ช้าง" แห่งช่างสลัก, "ลายผ้าทอ" อันวิจิตร
และ "สีสันแห่งร่มบ่อสร้าง" นี่คือการต้อนรับทุกท่านสู่ดินแดนแห่งพหุศิลป์ที่พร้อมจะเปล่งประกายในมุมมองใหม่ 



จุดแสดงที่ 1. ข่วงสันกำแพง : ถักทอเรื่องราวสันกำแพง (The Woven Legacy) Chiangmai

OTOP เป็นผืนผ้าใบแห่งภาพและเวลา ที่ "ถักทอ" เรื่องราวการเดินทางของชุมชนสันกำแพง จากหมู่บ้านเกษตรกรรมอันเรียบง่ายสู่การเป็นศูนย์กลางหัตถกรรมล้ำค่าที่สืบทอดภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษ

จุดแสดงที่ 2. ข่วงสันกำแพง : จิตวิญญาณแห่งเครื่องปั้นดินเผา (The Spirit of Clay) 

จิตวิญญาณของผืนดินสันกำแพงที่ถูกปลุกให้ส่องสว่าง ลวดลายทั้งหมดออกแบบโดยช่างฝีมือผู้เป็นทายาทแห่งภูมิปัญญาเครื่องปั้นดินเผา เพื่อบอกเล่าความภาคภูมิใจของพวกเราผ่านแสงสีอันงดงาม พร้อมการฉายไฟลวดลายสวยงามบนชิ้นงาน

จุดแสดงที่ 3. ไปรษณีย์ข่วงสันกำแพง : โคมอธิษฐาน (The Wishing Lanna) โคมไฟล้านนาขนาดใหญ่ที่เป็น ตัวแทนของ "คำอธิษฐาน" และความหวังของผู้คนในชุมชน เป็นชื่อที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยพลังบวกได้รับแรงบัลดาลใจจากโคมไฟล้านนา 

จุดแสดงที่ 4. ไปรษณีย์ข่วงสันกำแพง : วาดสรรค์ผืนร่ม (Color Your Canopy) จากประเพณี
"
การปล่อยโคมลอย" อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมล้านนา นำความเชื่อในการส่งคำอธิษฐานสู่ท้องฟ้า
มา "Remix" ใหม่ในรูปแบบ Interactive ร่วมสมัย โดยสแกน QR Code แล้วส่งคำอวยพรจากใจคุณ คำอธิษฐานของคุณจะเปล่งประกายร่วมกับคำอวยพรนับร้อยพัน กลายเป็นงานศิลปะแห่งแสงที่สะท้อนถึงพลังบวกและความผูกพันของชุมชน



จุดแสดงที่ 5. ตลาดข่วงสันกำแพง : ชีพจรแห่งแสงสันกำแพง (The Light beat) สัมผัสจังหวะใหม่ของตลาดข่วงสันกำแพง แสงไฟ LED ที่เคลื่อนไหวเหนือศีรษะคือ "ชีพจร" ของการเปลี่ยนแปลง
คือพลังงานของคนรุ่นใหม่ที่ผสานเข้ากับวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชน กลายเป็นคลื่นแสงที่ปลุกให้พื้นที่แห่งนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

จุดแสดงที่ 6. ธนาคารกรุงเทพ : น้องจ๊างสุดชิค (The Cool Elephant) น้องจ๊างเป็นตัวแทนของความสร้างสรรค์ยุคใหม่ การปีนตึกคือสัญลักษณ์ของการที่วัฒนธรรมและงานฝีมือท้องถิ่นกำลังก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ และยังคงชูเอกลักษณ์ของผ้าทอสันกำแพงจากลายเสื้อที่ใส่

จุดแสดงที่ 7. อาคารชินวัตร : ชะลอมแห่งความรุ่งเรือง (The Basket of Prosperity) อาคารเป็นเหมือน "ชะลอม" ซึ่งเป็นภาชนะจักสานของไทยที่ใช้ใส่ของขวัญหรือของมงคล บรรจุเรื่องราว "ความรุ่งเรือง" ทางเศรษฐกิจของสันกำแพงในอดีตเอาไว้ในธนาคารแห่งนี้

จุดแสดงที่ 8. ถนนคนเดินสันกำแพง : ผกาบ่อสร้าง (Bo Sang in Bloom) "ลายดอกไม้" ที่เป็นหัวใจของร่มบ่อสร้าง ปลดปล่อยออกจากผืนกระดาษสา แล้วนำมาทำให้เบ่งบานส่องสว่างอยู่กลางท้องฟ้า
ซุ้มไฟนี้คือการเฉลิมฉลองให้กับมรดกที่โด่งดังที่สุดของสันกำแพงในมุมมองใหม่ที่ไม่มีใครเคยเห็น

จุดแสดงที่ 9. หลังตึกห้างทองไพศาล : สานศิลป์ทอแสง (The Weaver's Beacon) จุดแสดงชิ้นนี้เปรียบเสมือน "ประภาคาร (Beacon)" ที่สร้างขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติช่างทอแห่งสันกำแพง เป็นการ "สาน"
และ "ทอ" เรื่องราวของสันกำแพงขึ้นมาใหม่ด้วยวัสดุร่วมสมัย จากเส้นด้ายหรือเส้นไหมพรมที่ถูกถักทอด้วยมือบนโครงสร้างสูงตระหง่าน เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของมรดกที่ถูกส่งต่อและผสานเข้ากับยุคสมัยใหม่ได้อย่างกลมกลืน

จุดแสดงที่ 10. ถนนคนเดินสันกำแพง : ผนังลายศิลป์ (The Artful Wall) การเปลี่ยนผนังที่เรียบง่ายของอาคารศิริชัย ให้กลายเป็นผืนผ้าใบที่มีชีวิต ที่ซึ่งศิลปะแห่งล้านนาได้ถูกนำมาประดับประดา
ให้งดงามยิ่งขึ้นด้วยภาษาของแสง 

พื้นที่ถนนคนเดินเชียงใหม่ (ท่าแพ) พบกับจุดแลนด์มาร์ค และ 10 จุดการแสดงแสง โดยมีรายละเอียดดังนี้


จุดแลนด์มาร์ค : เจดีย์แห่งการเริ่มต้น (The Sand Stupa) แรงบันดาลใจจากประเพณีป๋าเวณี

ปี๋ใหม่เมืองที่ผู้คนร่วมกันก่อเจดีย์ทรายถวายเป็นพุทธบูชา แลนด์มาร์กแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งการกลับคืนและเริ่มต้นใหม่ของถนนคนเดินท่าแพ พื้นที่ที่หลอมรวมศรัทธา ความร่วมมือ และความคิดสร้างสรรค์ของผู้คนรุ่นใหม่ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ด้วยแสง สี และสื่อร่วมสมัยที่สะท้อนวิถีล้านนาในรูปแบบใหม่   

จุดแสดงที่ 1. วัดพันอ้น : เจดีย์อัฐอร่าม (The Radiant Octagon) การแสดงถึงเอกลักษณ์
ขององค์เจดีย์ที่มีลักษณะรูปฐานทรงแปดเหลี่ยมสีทอง ที่ส่องแสงสว่างเรืองรองราวกับถูกต้องมนต์และตราตรึงอยู่ในความทรงจำ

จุดแสดงที่ 2. หอพื้นถิ่นล้านนา : ผู้พิทักษ์ล้านนา (Lanna Guardian) สิงห์คู่ สัญลักษณ์แห่งพลังปัญญาและการคุ้มครอง ประตูเมืองและวัดวาอาราม คอยเฝ้ารักษาจิตวิญญาณล้านนา และต้อนรับผู้มาเยือนถนนท่าแพ


จุดแสดงที่ 3. พิพิธภัณฑ์ธนารักษ์ : จากถนนแห่งศรัทธา สู่มรดกแห่งแผ่นดิน (From the Sacred

Road to the Heritage of the Nation) เชียงใหม่ถูกถ่ายทอดในฐานะเมืองการค้าสำคัญของล้านนาที่เงินตราไม่เพียงเป็นสื่อกลาง แต่ยังเป็นหลักฐานแห่งวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ การเปลี่ยนผ่านยุคสมัยสะท้อนผ่านแสง สี ของพิพิธภัณฑ์ธนารักษ์แห่งนี้

จุดแสดงที่ 4. ศูนย์สถาปัตยกรรม คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ :  คุ้มแสงแห่งความทรงจำ (The Flame of

Memory) นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ พูดถึงความทรง จำผ่าน "สัตว์ทั้งสี่" ที่ทำหน้าที่เป็นดัง
"
ผู้พิทักษ์" หรือตัวแทนอารมณ์ และความทรงจำที่แตกต่างกัน ซึ่งถูกกักเก็บไว้ในสวนแห่งความทรงจำแห่งนี้

     🦢 หงส์แสดงความรักทีสง่างามในอดีต 

     🐇 กระต่ายแสดงถึงความบริสุทธิ์ที่น่าทะนุถนอม 

      🦌 กวางแสดงความโหยหาอิสรภาพ 

     🦉 นกฮูกเป็นตัวแทนของคุ้มที่กำลังบอกว่า "รู้เห็น และยังคงอยู่ ที่นี่"  

จุดแสดงที่ 5. วัดพันเตา : ธารบุญสู่แสง (The Stream of Light) ต้นไม้ใหญ่และแสงที่สว่าง

ไสวเป็นดุจ "สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เรืองรอง" หรือเป็นสัญลักษณ์ของความผาสุกที่กำลังจะเกิดขึ้น การใช้น้ำอธิษฐาน สะท้อนภาพการเดินทางของผลบุญและความปรารถนาดีที่แผ่ขยายออกไปอย่างไม่สิ้นสุด ดุจธารแสงแห่งความหวังและความสุขที่จะส่องนำทางทุกคน

จุดแสดงที่ 6. วัดพันเตา : พนมมือ ศรัทธา (The Gesture of Radiance) ความมหัศจรรย์เกิดจากการพนมมือด้วยศรัทธาของเราเอง เมื่อเรายกมือพนมขึ้น สิ่งพิเศษนี้จะบังเกิด แต่เมื่อเอามือลง สิ่งที่เกิดขึ้นก็จะจางหายไปเหมือนเป็นพื้นที่อุโบสถธรรมดา 

จุดแสดงที่ 7. วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร : ดวงประทีปแห่งจินตภาพล้านนา (The Lantern of Lanna Imagination) "การบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางทางจิตวิญญาณขององค์เจดีย์หลวง" ผ่านเทคนิคแสงสีเสียงและ Projection Mapping สุดตระการตา โดยจะนำพาผู้ชมไปสัมผัสจินตภาพความรุ่งเรืองในอดีต, ความสูญเสียจากภัยธรรมชาติ, และการฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่อย่างงดงามด้วยพลังแห่งศรัทธา

จุดแสดงที่ 8. หอพื้นถิ่นล้านนา : เมืองดอกไม้ แห่งล้านนา (The City of Flowers) "การหว่านเมล็ดพันธุ์" แห่งวัฒนธรรม จุดกำเนิดของเมืองเชียงใหม่ ดอกไม้นานาพันธุ์ที่เบ่งบาน ทั้งดอกไม้ในธรรมชาติและ "ดอกไม้ทางวัฒนธรรม" อย่างศิลปะและประเพณี ล้วนเป็นสิ่งที่ "ผลิดอกออกผล" มาจากรากฐานอันแข็งแกร่งที่ทั้งสามพระองค์ได้ทรงสร้างไว้ ดังนั้น การจัดแสดง สถานที่แห่งนี้ จึงเป็นการรวบรวมความงดงามนั้นมาเพื่อเฉลิมฉลองและรำลึกถึงจุดเริ่มต้นอันยิ่งใหญ่

จุดแสดงที่ 9. วัดทุงยู : เส้นทางแห่งการผลิบาน (The Blooming Way) การเดินทางที่ไม่เพียงแต่ผ่านเส้นทางแห่งแสงและดอกไม้ หากยังเป็นเส้นทางที่จิตใจได้เบิกบาน เต็มไปด้วยความสุข ความหวัง
และความศรัทธาที่ผลิบานในหัวใจของผู้คน

จุดแสดงที่ 10. วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร : แนวแกนทางวัฒนธรรม (The Axis of Culture) 

"วัดพระสิงห์" ซึ่งทำหน้าที่เป็นดั่ง "แนวแกน" ทั้งทางกายภาพและทางจิตวิญญาณของเมือง เป็นการนำเสนอวัดพระสิงห์ในฐานะแกนกลางแห่งศรัทธา เปลี่ยนลำแสงเลเซอร์ให้กลายเป็น "เส้นด้ายสายสิญจน์แห่งยุคสมัย"
ที่ถักทอเพื่อต่ออายุและเสริมสิริมงคลให้กับเมืองเชียงใหม่และผู้มาเยือนทุกคน


นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานจะได้เพลิดเพลินกับการซื้อของฝาก ของที่ระลึก อิ่มอร่อยกับเมนูอาหารท้องถิ่นจากผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ยกขบวนร้านค้ามาให้ได้ลิ้มลองจำนวนมาก พิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมงานร่วมจับจ่ายซื้อสินค้าและบริการภายในงาน เมื่อจับจ่ายครบทุก 200 บาท จะได้รับคูปองใช้เป็นส่วนลดสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว อาทิ ที่พัก ร้านอาหาร สปา เป็นต้น พร้อมสนุกสนานไปกับการแสดงจากศิลปินชื่อดังได้ทุกวัน ได้แก่ 17 มกราคม 2569 : Scrubb, 18 มกราคม 2569 : Proxie, 24 มกราคม 2569 : Whal & Dolph, 25 มกราคม 2569 : No One Else, 31 มกราคม 2569 : Yented, 1 กุมภาพันธ์ 2569 : Atom,
14
กุมภาพันธ์ 2569 : Pause, Earth Patravee, 15 กุมภาพันธ์ 2569 : ATLAS, Sarah Salola, 21 กุมภาพันธ์ 2569 : Songkarn Rangsan, 22 กุมภาพันธ์ 2569 : Serious Bacon, 28 กุมภาพันธ์ 2569 : Mean และปิดท้ายวันที่ 1 มีนาคม 2569 ด้วย Season Five


นอกจากนี้ยังจัดให้มีกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจภายในงานทั้ง 2 พื้นที่ ได้แก่ 

- การแสดงดนตรีจากศิลปินท้องถิ่นและศิลปินชื่อดัง มากถึง 47 วงดนตรี อาทิ
Scrubb, Whal & dolph, PROXIE, Atlas, Sarah Salola,
เอ็ดดี้ ตลาดแตก, SL music, SUTHEP Band และ สมปอง เป็นต้น 

 - การแสดงทางวัฒนธรรมท้องถิ่นล้านนาร่วมสมัย อาทิ การแสดงชุดเส้นสายแห่งศรัทธา ปูจาขวัญเวียงพิงค์ งามศิลป์ถิ่นล้านนา แสงแห่งล้านนา ศรัทธาแห่งเสียงศิลป์ วิถีล้านนา มนตราข่วงเจิง ลวดลายแห่ง
เจิงงาม ดอกไม้หอมแห่งล้านนา บุปผามาลา ปูจาดวงดอก และ สีสันแห่งชาติพันธุ์ เป็นต้น

 - ลานปล่อยแสง ที่เปิดโอกาสให้ศิลปิน หรือ เยาวชนในพื้นที่ได้แสดงความสามารถเพื่อถ่ายทอดให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสมนต์เสน่ห์ของเชียงใหม่ไปด้วยกัน อาทิ ฟ้อนพื้นเมือง รำวง ดนตรีพื้นเมือง เต้น Cover Dance เต้น B-Boy และ ละครใบ้ เป็นต้น

 - กิจกรรม Workshop ให้นักท่องเที่ยวได้ลองทำงานฝีมือและนำกลับไปเป็นของที่ระลึก อาทิ กิจกรรม DIY เทียนหอม, กิจกรรมDIY กระเป๋าเงินจากผ้าและกระดาษรีไซเคิล, กิจกรรม DIY ลวดลายบนร่มบ่อสร้าง และกิจกรรม DIY ร้อยกำไลลูกปัดดินเผา เป็นต้น

การจัดงานเชียงใหม่ Night Market มีบริการรถรับส่งนักท่องเที่ยวโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ดังนี้

ถนนคนเดินสันกำแพง 2 เส้นทาง  

1. เส้นทางข่วงประตูท่าแพ - วัดศรีดอนไชยศูนย์ทำร่มบ่อสร้าง - ใหม่เอี่ยม พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ข่วงสันกำแพง 

2. เส้นทาง One Nimman – เซ็นทรัลเชียงใหม่ศูนย์ทำร่มบ่อสร้าง - ใหม่เอี่ยม พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ - ข่วงสันกำแพง 

ถนนคนเดินท่าแพ 2 เส้นทาง 

1. One Nimman – ตลาดช้างเผือกอนุสาวรีย์สามกษัตริย์วัดพระสิงห์มหาวรวิหาร

2. ข่วงประตูท่าแพ - วัดศรีดอนไชยตลาดประตูเชียงใหม่ - วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร 

ทั้งนี้ งานเชียงใหม่ Night Market จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม 2569 – 1 มีนาคม 2569
เวลา 16.00 – 22.00 ถนนคนเดินสันกำแพง (ทุกวันเสาร์) และถนนคนเดินเชียงใหม่ (ท่าแพ) ทุกวันอาทิตย์) ต่อเนื่อง 6 สัปดาห์ ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ฟรีตลอดทั้งงาน พร้อมบริการรถรับ - ส่ง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page: GoNorthThailand และ TAT Contact Center โทร. 1672 Travel Buddy


Previous Post
No Comment
Add Comment
comment url





sr7themes.eu.org